FACEIT กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักที่เหล่าผู้เล่นสายแข่งขัน มือโปร และผู้ที่จริงจังกับการพัฒนาฝีมือเลือกใช้แทน Matchmaking ของเกม ด้วยระบบ Anti-cheat ที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งและไว้ใจได้มากกว่าระบบ VACNET ของ Valve ทำให้ FACEIT เป็นสนามแข่งที่ยุติธรรมที่สุดในเวลานี้
หลังจากการอัปเดต Season 8 ระบบแรงก์และเลเวลของ FACEIT ได้ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยยึดโครงสร้างตาม Tier, การคำนวณค่า Elo, และสถานะ Challenger ซึ่งกฎระเบียบที่เข้มงวดเหล่านี้เป็นตัวกำหนดทิศทางในการไต่แรงก์ ผู้เล่นจึงจำเป็นต้องเข้าใจความเชื่อมโยงของระบบทั้งหมด เพื่อที่จะได้รับ Rating ที่เหมาะสมและก้าวไปสู่ระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อันดับ FACEIT CS2 คืออะไร?

ระบบอันดับของ FACEIT สร้างขึ้นจากสองระบบที่เชื่อมโยงกัน คือ Elo และ Skill Levels โดย Elo คือค่า Rating แบบตัวเลขที่เริ่มจาก 100 และเพิ่มหรือลดตามผลการแข่งขัน ซึ่งไม่มีขีดจำกัดสูงสุดทำให้ผู้เล่นฝีมือสูงสามารถทำแต้มสะสมได้เรื่อยๆ เหนือกว่าโครงสร้างมาตรฐาน เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น FACEIT จึงแปลง Elo เป็น 10 Skill Levels ตั้งแต่ Level 1 ที่เป็นระดับต่ำสุด ไปจนถึง Level 10 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่รวมกลุ่มผู้เล่นฝีมือฉกาจไว้ด้วยกัน
นอกจากโครงสร้าง 1–10 แล้ว ยังมีสถานะ Challenger สำหรับผู้เล่นระดับสูงสุดที่แข่งขันอยู่บนสุดของแพลตฟอร์ม แม้ผู้เล่นจะอยู่ Level 10 เหมือนกัน แต่ค่า Elo ที่ต่างกันก็แสดงถึงสถานะจริงที่ต่างกันได้มาก และที่สำคัญคือระบบ Elo ของ FACEIT นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับระบบอันดับอย่างเป็นทางการของ Valve ทั้งอันดับ Matchmaking และ Premier Rating เนื่องจากระบบเหล่านี้แยกจากกันโดยสิ้นเชิง ไม่มีการทับซ้อนหรือส่งผลต่อกัน
ตารางอันดับ FACEIT CS2: ทุกเลเวลและช่วง Elo
อันดับ FACEIT เข้าใจได้ง่ายขึ้นผ่าน Skill Levels แต่ rating จริงที่อยู่เบื้องหลังแต่ละเลเวลยังคงอิงจาก FACEIT Elo แต่ละเลเวลแทนช่วง Elo แบบคงที่ เริ่มจาก Level 1 ที่ 100 Elo และไต่ขึ้นไปจนถึง Level 10 ที่ 2001 Elo ขึ้นไป ผู้ใช้ FACEIT ใหม่จะเริ่มที่ Level 4 เนื่องจาก Level 10 ไม่มีขีดจำกัดสูงสุด ผู้เล่นสองคนในเลเวลเดียวกันจึงยังอาจมี Elo ต่างกันหลายพันแต้มได้
Level | ช่วง Elo | Tier ฝีมือ |
|---|---|---|
1 |
100–500 |
มือใหม่ |
2 |
501–750 |
มือใหม่ |
3 |
751–900 |
ระดับกลางต่ำ |
4 |
901–1050 |
ระดับกลาง (ค่าเริ่มต้น: 1000) |
5 |
1051–1200 |
ระดับกลาง |
6 |
1201–1350 |
ระดับกลางสูง |
7 |
1351–1530 |
ระดับสูง |
8 |
1531–1750 |
ระดับสูง |
9 |
1751–2000 |
ผู้เชี่ยวชาญ |
10 |
2001+ |
อีลิต (ไม่มีขีดจำกัดสูงสุด) |
Challenger |
Top 1,000 ต่อภูมิภาค |
โปร / กึ่งโปร |
Challenger อยู่ภายนอกโครงสร้างปกติ 1–10 และสงวนไว้สำหรับผู้เล่น Top 1,000 ในแต่ละภูมิภาค ทำให้เป็นเลเวล FACEIT ที่สูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม
FACEIT Elo ทำงานอย่างไร

FACEIT Elo คือค่า rating ที่กำหนดการเคลื่อนที่ผ่านเลเวลต่าง ๆ ของ FACEIT แมตช์ที่สมดุลมักจะให้หรือหักประมาณ ±25 Elo ส่วนแมตช์ที่ไม่สมดุลสามารถเปลี่ยนจำนวนนี้ได้ เช่น การชนะทีมที่แข็งแกร่งกว่าจะให้รางวัลมากขึ้น ขณะที่การแพ้ทีมที่อ่อนกว่าจะเสียมากขึ้น แมตช์ Premium และ Super Matches ไม่ได้ใช้ค่า Elo คงที่ค่าเดียว เพราะการได้หรือเสียสุดท้ายยังขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันที่ระบบคาดการณ์ไว้และความสมดุลของทีม
ใน Season 8 ได้มีการเพิ่มรายละเอียดให้กับระบบการแข่งขันอย่างเข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้เล่นที่อยู่ในระดับต่ำกว่า Level 10 แม้ว่าผลการแข่งขันโดยรวมจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดคะแนน แต่ในปัจจุบัน FACEIT ได้เปิดโอกาสให้ระบบสามารถปรับค่าคะแนน Elo ได้เล็กน้อยตามประสิทธิภาพการเล่นส่วนบุคคลที่โดดเด่นของผู้เล่นในช่วง Level 1-9 โดยมีเป้าหมายหลักในการยอมรับและให้เครดิตแก่การกระทำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์และส่งผลกระทบโดยตรงต่อรูปเกมในแต่ละรอบการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโอกาสเปิดเกม (opening kills), การแลกแต้มสังหารที่สำคัญ (trades), การเล่นในบทบาทสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม (support play) ไปจนถึงการใช้ไอเทมช่วยเหลือหรือ Utility ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในระหว่างการปะทะ
- Levels 1-9: ผลกระทบส่วนบุคคลสามารถส่งผลต่อการเพิ่มหรือลด Elo ได้เล็กน้อย แมตช์ที่เล่นได้ดีพร้อม FACEIT Rating สูงอาจลดการเสีย Elo ในความพ่ายแพ้ หรือเพิ่มรางวัลหลังชนะได้
- Level 10: Elo ยังคงผูกกับชัยชนะและความพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่มีการปรับตาม performance
- FACEIT Rating: Season 8 ใช้ตัวอย่าง rating ที่ชัดเจน: 1.4 หมายถึง performance ที่แข็งแกร่งมาก, 1.1 อยู่ใกล้ค่าเฉลี่ย และ 0.7 แสดงถึงแมตช์ที่อ่อนแอ เมตริกนี้ให้คุณค่ากับ entries, trades, utility, clutches และการกระทำอื่น ๆ ที่เปลี่ยนผลของรอบหรือแมตช์ ไม่ใช่แค่ K/D
- Leavers: การออกจากแมตช์อาจนำไปสู่การแบนและบทลงโทษ Elo ที่หนักขึ้น ขณะที่เพื่อนร่วมทีมที่ยังอยู่ในเกมจะได้รับการลดการเสีย Elo ผ่านระบบ mitigation
ในอันดับที่สูงขึ้น ระบบจะยังคงเข้มงวดกว่าเดิม โดย Level 10 จะรักษาการเน้นผลลัพธ์ของทีมไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้การเล่นเพื่อสถิติสำคัญกว่าการชนะรอบ
กราฟ FACEIT Elo: แต่ละเลเวลอยู่ตรงไหน

กราฟ FACEIT Elo แสดงให้เห็นว่า rating แบบตัวเลขของผู้เล่นแปลงเป็นอันดับบนแพลตฟอร์มอย่างไร กราฟนี้ทำงานแตกต่างกันสำหรับผู้เล่นแต่ละกลุ่ม สำหรับ Levels 1–9 กราฟจะแสดงเลเวลปัจจุบัน ค่า Elo ปัจจุบัน และจำนวน rating ที่ต้องใช้เพื่อไปถึงเลเวลถัดไปเป็นหลัก เมื่อถึง Level 10 แล้ว ระบบจะไม่สามารถแสดงความคืบหน้าต่อไปผ่านเลเวลใหม่ได้อีก ณ จุดนั้น อันดับประเทศและภูมิภาคจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นที่อยู่ใกล้โซน Challenger
FACEIT ยังใช้กราฟและ ladder ที่แตกต่างกันสำหรับส่วนต่าง ๆ ของฐานผู้เล่น บาง ladder ถูกจัดกลุ่มตามช่วงเลเวล เช่น 1-3, 4-6, 7-8, 9 และ 10 วิธีนี้ทำให้แต่ละ ladder มีความเกี่ยวข้องมากขึ้น โดยจัดกลุ่มผู้เล่นที่มี rating ใกล้เคียงกัน แทนที่จะนำทั้งแพลตฟอร์มไปอยู่ใน leaderboard เดียวร่วมกัน อันดับอื่น ๆ อาจเน้นที่รูปแบบการแข่งขัน ขนาด party, win streaks หรือ ladder แข่งขันเฉพาะ ดังนั้นตำแหน่งของผู้เล่นอาจเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับว่ากำลังดูกราฟใด
ในช่วงระดับสูง กราฟ Elo จะเปลี่ยนจากการแสดงความก้าวหน้าแบบพื้นฐานไปสู่การแข่งขันโดยตรงระหว่างผู้เล่นระดับสูงและผู้เล่น Challenger กระดานอันดับ FACEIT สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของอันดับการแข่งขันที่มีความผันผวนสูง ซึ่งผู้เล่นที่ดีที่สุดจะเปลี่ยนตำแหน่งตามผลงานล่าสุดและความสม่ำเสมอในการเล่น สิ่งนี้ทำให้กราฟ Elo บริเวณอันดับต้น ๆ มีความเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ เพราะตำแหน่งผู้นำไม่เคยคงที่อย่างสมบูรณ์ และสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเมื่อผู้เล่นระดับแนวหน้ายังคงแข่งขันต่อไป.
การกระจายอันดับ FACEIT CS2
Level | % ของผู้เล่น |
|---|---|
1 |
1.2% |
2 |
4.8% |
3 |
7.2% |
4 |
11.7% |
5 |
11.3% |
6 |
10.5% |
7 |
11.0% |
8 |
11.5% |
9 |
10.4% |
10 |
20.4% |
การกระจายตัวของอันดับบน FACEIT ไม่ได้เป็นรูปพีระมิดแบบคลาสสิก โดยใน Level 4–9 จะมีเปอร์เซ็นต์ของผู้เล่นใกล้เคียงกัน เนื่องจากเป็นตัวแทนของฐานผู้เล่นระดับกลางถึงกลางบน เลเวลเหล่านี้มีช่วง Elo ที่คงที่ ทำให้ผู้เล่นที่ยังคงมีความกระตือรือร้นส่วนใหญ่จะเคลื่อนที่สลับไปมาระหว่างระดับเหล่านี้ตามการพัฒนาฝีมือ ช่วงฟอร์มตก หรือเมื่อเริ่มคงที่ในระดับฝีมือปัจจุบันของตนเอง
ในปัจจุบัน Level 10 กลายเป็นอันดับที่พบได้บ่อยที่สุดบนแพลตฟอร์ม โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 20.4% ของผู้เล่นที่ยังคงแอคทีฟ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากสัดส่วน 10.5% ในรายงานปี 2024 การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าส่วนบนของระบบมีความแออัดมากขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา เนื่องจาก Level 10 ไม่มีขีดจำกัด Elo สูงสุด ทำให้ทั้งบัญชีที่มี Elo เริ่มต้นแตะ Level 10 และผู้เล่นที่มี Elo สะสมหลายพันแต้มยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน ส่งผลให้กลุ่มนี้มีขนาดใหญ่กว่าเลเวลอื่นๆ ที่มีช่วงคะแนนคงที่ด้านล่าง โดยการกระจายตัวนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหลังจากการเปิดตัว Season 8 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 ซึ่งกำหนดให้ผู้เล่นทุกคนต้องลงเล่นแมตช์จัดอันดับใหม่ (placement matches) จำนวน 10 นัด หลังจากผ่านการรีเซ็ตค่า Elo แบบนุ่มนวล (soft Elo reset) แล้ว
FACEIT vs CS2 Premier Rating: ตารางแปลงค่า
CS2 Premier Rating และเลเวล FACEIT สามารถเทียบกันได้เพียงแบบประมาณเท่านั้น ไม่มีตารางแปลงค่าอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่ต่อสาธารณะระหว่างสองระบบนี้ อย่างไรก็ตาม ชุมชนผู้เล่นประเมินอัตราการเทียบเคียงไว้คร่าว ๆ ดังนี้
CS2 Premier Rating | เลเวล FACEIT โดยประมาณ |
|---|---|
ต่ำกว่า 5,000 |
Levels 1–3 |
5,000–10,000 |
Levels 3–5 |
10,000–15,000 |
Levels 5–7 |
15,000–20,000 |
Levels 7–9 |
20,000–30,000 |
Level 10 |
30,000+ |
Level 10 / Challenger |
การเปลี่ยนแปลงของ Season 8 ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2026

Season 8 เปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของ FACEIT โดยย้ายแพลตฟอร์มไปสู่รอบซีซันแบบคงที่ 4 เดือน สิ่งนี้ทำให้แต่ละซีซันมีจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน โดยรางวัลและตำแหน่งบน leaderboard จะผูกกับช่วงเวลาจำกัด แทนที่จะเป็นการไต่ระดับแบบไม่มีที่สิ้นสุด อัปเดตนี้ยังเพิ่มแมตช์ calibration ภาคบังคับสำหรับผู้เล่นทุกคน รวมถึงผู้เล่นระดับโปร ก่อนที่จะได้รับอันดับที่มองเห็นได้ แต่ละบัญชีต้องเล่น placement matches ให้ครบ 10 นัด ระหว่างการ calibration ค่า Elo จะถูกซ่อนไว้ และโปรไฟล์จะแสดงเป็น Unranked ไม่มีการจำกัดเวลาในการเล่นแมตช์เหล่านี้ให้ครบ ดังนั้นผู้เล่นสามารถจบขั้นตอนนี้ได้ตามจังหวะของตัวเอง
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังส่งผลต่ออันดับ FACEIT ผ่าน soft Elo reset ด้วย การบีบอัดที่แรงที่สุดถูกใช้กับผู้เล่นที่มี Elo มากกว่า 4000 โดยขยับพวกเขาเข้าใกล้ช่วง Level 10 เฉลี่ยมากขึ้น เพื่อทำให้ส่วนบนสุดของ ladder กลับมาแข่งขันกันมากขึ้นอีกครั้ง Levels 3–7 ได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก และโดยทั่วไปยังคงอยู่ใกล้ตำแหน่งเดิม Season 8 ยังเพิ่ม FACEIT Rating ซึ่งเป็นเมตริกใหม่ที่อิงจาก impact และประเมินมากกว่าแค่จำนวน kill โดยรวมถึง multi-kills, opening frags และ trades ตอนนี้มันช่วยกำหนดรางวัลตามซีซันและเพิ่มบริบทให้กับโปรไฟล์ผู้เล่นมากขึ้น ขณะที่ Elo ยังคงเป็นค่าหลักของอันดับ Cache ก็กลับเข้าสู่ competitive map pool และใช้งานได้ทั้งใน Matchmaking และ Clans
วิธีไต่อันดับให้เร็วใน FACEIT CS2
การไต่อันดับให้เร็วใน FACEIT ขึ้นอยู่กับการเพิ่ม win rate การเล่น solo queue อาจได้ผล แต่การฝึกที่มีโครงสร้างและเพื่อนร่วมทีมที่มั่นคงมักทำให้ก้าวหน้าเร็วกว่า
- เล่น five-stack whenever possible: เพื่อนร่วมทีมประจำทำให้การสื่อสาร การ trade และการ execute เข้าสู่ site เชื่อถือได้มากขึ้น
- รีวิว demos: รอบที่แพ้จะแสดงรูปแบบซ้ำ ๆ ในการยืนตำแหน่ง การใช้ utility การ peek และการตัดสินใจช่วง mid-round
- เรียนรู้ utility lineups: Smokes, flashes และ Molotovs ช่วยยึดพื้นที่ หยุดการ push และปรับปรุง retake
- หลีกเลี่ยง tilt queueing: ความหงุดหงิดนำไปสู่ call ที่แย่ การรีบเข้าปะทะ และหลีกเลี่ยงการสูญเสีย Elo
- จำกัด map pool ของคุณ: การเล่นแผนที่น้อยลงทำให้เรียนรู้ roles, timings และ utility ได้ง่ายขึ้น
- ใช้ voice comms: call ที่สั้นและชัดเจนช่วยเรื่อง rotations, ตำแหน่งศัตรู, ข้อมูล damage และ retakes
อันดับ Challenger: ทำงานอย่างไรในปี 2026

Challenger อยู่เหนือ FACEIT Level 10 ปกติ และสงวนไว้สำหรับผู้เล่นที่มี Rating สูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม โดย Level 10 จะเริ่มต้นที่ 2001 Elo และไม่มีขีดจำกัดสูงสุด ทำให้ช่องว่างระหว่างผู้เล่นภายในอันดับนี้กว้างมาก Challenger จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการแยกผู้เล่น Level 10 อันดับ Top 1,000 ออกจากกลุ่ม Level 10 ที่เหลือ โดยไม่มีค่า Elo ตายตัวที่รับประกันสถานะนี้เนื่องจากอันดับจะขึ้นอยู่กับการคงสถานะอยู่ในกลุ่ม Top 1,000 ตลอดเวลา
การเปลี่ยนแปลงนี้ยังปรับเปลี่ยนวิธีแสดงความคืบหน้าของผู้เล่น โดยผู้เล่นใน Levels 1–9 จะติดตามเลเวลปัจจุบัน Elo และระยะห่างถึงเลเวลถัดไป ส่วนผู้เล่น Level 10 ที่ยังไม่ถึง Challenger จะติดตาม Elo รวมไปถึงอันดับประเทศและภูมิภาคเป็นหลัก เมื่อถึงสถานะ Challenger แล้ว โฟกัสจะเปลี่ยนไปที่จุดสูงสุดของ Leaderboard โดยระบบจะแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นอยู่ห่างจากอันดับหนึ่งเท่าใด และตำแหน่งเมื่อเทียบกับบัญชีระดับท็อปอื่น ๆ เป็นอย่างไร ซึ่งในปี 2026 นี้ Challenger ทำหน้าที่เป็นสถานะบน Leaderboard สำหรับผู้เล่นที่แข่งขันเกินกว่าระดับ Level 10 มาตรฐานไปแล้ว
ควรเปลี่ยนจาก Premier ไป FACEIT หรือไม่?
การเปลี่ยนจาก Premier ไปสู่ FACEIT เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นที่ต้องการการแข่งขันที่เข้มงวด การสื่อสารที่ดีเยี่ยม และมุ่งเน้นไปที่ชัยชนะเป็นหลัก แม้จะไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายกว่า แต่ FACEIT มอบสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่มีโครงสร้างชัดเจนกว่า Premier ด้วยมาตรการ Anti-cheat ที่แข็งแกร่งกว่า และดึงดูดผู้เล่นที่จริงจังกับเกมมากกว่าเข้าสู่ระบบ
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือการเล่นเป็นทีม ซึ่งมีการสื่อสารด้วยเสียงบ่อยครั้ง ผู้เล่นมีแนวโน้มที่จะแลกแต้มสังหาร (trade) แบ่งปันข้อมูล และเล่นเพื่อชัยชนะของรอบมากกว่าการมุ่งเน้นสถิติส่วนตัว ระบบ Rating ยังมีความเข้มงวดกว่า เนื่องจากผู้เล่นที่ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานต่อเนื่องจะไต่ระดับได้ยากกว่าการอาศัยโชค นอกจากนี้ FACEIT ยังจำกัดการแบกเพื่อนร่วมทีมที่อ่อนกว่าให้ขึ้นอันดับได้ยาก อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรพิจารณาคือต้องลงเล่นแมตช์จัดอันดับใหม่ (placement matches) และอาจพบเพื่อนร่วมทีมที่แสดงพฤติกรรมงี่เง่ามากขึ้นเนื่องจากผลการแข่งขันมีความสำคัญสูง รวมถึงแผนที่อาจคาดเดาได้ยากขึ้นเพราะการแบนแผนที่ต้องอาศัยการสมัครสมาชิกของแพลตฟอร์ม
คำถามที่พบบ่อย
-
FACEIT Level 10 คืออะไร?
FACEIT Level 10 คือ Skill Level แบบมีหมายเลขที่สูงที่สุดบนแพลตฟอร์ม โดยเริ่มต้นที่ 2001 Elo ไม่มีขีดจำกัดสูงสุด ดังนั้นผู้เล่นที่มี rating แตกต่างกันมากยังสามารถใช้ badge Level 10 เดียวกันได้
-
มี FACEIT Level 10 กี่คน?
Level 10 คิดเป็นประมาณ 20.4% ของผู้เล่น FACEIT ที่ active ทำให้เป็นหนึ่งในกลุ่มอันดับที่ใหญ่ที่สุด สาเหตุหลักคือผู้เล่นทุกคนที่มีมากกว่า 2001 Elo ยังคงอยู่ภายในเลเวลแบบปลายเปิดเดียวกัน
-
เลเวล FACEIT สูงสุดคืออะไร?
เลเวลแบบมีหมายเลขที่สูงที่สุดคือ Level 10 แต่ Challenger อยู่เหนือกว่านั้นในฐานะอันดับท็อปแยกต่างหาก Challenger ไม่ใช่ Level 11 แต่เป็นสถานะบน leaderboard ที่สงวนไว้สำหรับผู้เล่น Level 10 ที่มี rating สูงที่สุด
-
FACEIT Elo ทำงานอย่างไร?
FACEIT Elo จะเพิ่มขึ้นหลังชนะและลดลงหลังแพ้ โดยจำนวนที่เปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งที่คาดการณ์ไว้ของทั้งสองทีม แมตช์ที่สมดุลมักเปลี่ยนประมาณ 25 Elo แม้ว่าจำนวนจะเปลี่ยนได้หากทีมใดทีมหนึ่งถูกมองว่าเป็นต่อ
-
กราฟ FACEIT Elo มีลักษณะอย่างไร?
กราฟ FACEIT Elo เชื่อมช่วง rating เข้ากับ Skill Levels โดยเริ่มจาก 100–500 Elo ที่ Level 1 และไปถึง 2001+ Elo ที่ Level 10 เนื่องจาก Level 10 ไม่มีขีดจำกัด Elo ที่สูงขึ้นจึงส่งผลต่ออันดับบน leaderboard เป็นหลัก แทนที่จะสร้างเลเวลปกติใหม่อีกระดับ
